กล้าพยุง ไม้เนื้อแข็ง

คนรวยปลูกไม้พะยูง ชิงชัง ต้นมะริดและกันเกรา คนจนปลูกยูคา

คนรวยปลูกไม้พะยูง ชิงชัง ต้นมะริดและกันเกรา คนจนปลูกยูคาไม้ไม่มีราคา ลงทุนเท่ากัน ใช้เวลาเหมือนกัน แต่ได้รับเงินต่างกัน ท่านคิดว่าจะปลูกอะไรดี พะยูงหรือไม้เนื้ออ่อน

ชนิดของไม้มี 2 ประเภท คือ ไม้เนื้อแข็งและเนื้ออ่อน ถ้าเป็นไม้ประเภทเนื่้อแข็ง เช่น ต้นกันเกรา ต้นพะยูง ต้นชิงชัง มะริด มะค่าโมง ไม้สัก สาธร ประดูแดง ตะเคียน เป็นต้น

และไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ กระถินเทพา สะเดา มะฮอกกานี โดยที่ราคาของไม้นั้นมีราคาถูก ไม้เนื้อแข็งมีราคาสูงกว่าไม้เนื้ออ่อนมาก เนื่องจากเมื่อนำไปแปรรูปแล้ว จะได้สินค้าที่มีราคาต่างกัน เช่นไม้เนื้อแข็งได้สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ – ของประดับตกแต่งบ้าน หรือนำไปสร้างบ้านได้ ราคาดี ทั้งปลวกและมอดไม่กิน เปียกน้ำ แช่น้ำไม่ผุ

ส่วนไม้เนื้ออ่อน สามารถนำไปทำกระดาษ ทำเฟอร์นิเจอร์ได้เช่นกัน แต่ไม่คงทน ปลวกมอดเข้ามากัดกินได้ หรือนำไปเผาเป็นถ่านได้ อีกประการที่ทำให้ราคาต่างกันนั้นคือ ความทนทาน ไม้เนื้ออ่อนมีความทนทานน้อยมาก เมื่อเทียบกับไม้เนื้อแข็ง เช่น ถ้าเรานำไปแปรรูปเป็นโต๊ะ หรือเก้าอี้ วันหนึ่งเจอน้ำท่วมต้องทิ้งแช่น้ำไว้ ถ้าโต๊ะ เก้าอี้ ทำจากไม้เนื้อแข็ง (จำพวกต้นกันเกรา ต้นพะยูง ต้นชิงชัง มะริด มะค่าโมง) เมื่อน้ำลดเราก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ ไม่ผุ ไม่เปื่อย แต่ถ้าเป็นโต๊ะ เก้าอี้ทำจากไม้เนื้ออ่อน(จำพวกยูคาลิปตัส) โต๊ะ เก้าอี้นั้นก็จะเปื่อย ไม่สามารถใช้งานได้

การแปรรูป เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้ราคาของไม้สูงขึ้นหรือลดลง เนื่องจากถ้าแปรรูปออกมาแล้ว สินค้าชนิดนั้นเป็นสินค้ามูลค่าน้อย ไม้ชนิดนั้นๆก็จะราคาถูกไปด้วย

ไม้พะยูงถ้านำมาแปรูป จะเป็นสินค้า มีมูลค่าราคาสูง ไม้เนื้อแข็งต่างๆ ที่นิยมนำมาแปรรูปในชนิดต่างๆ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ ของตกแต่งบ้าน เครื่องเรือน,

ไม้ที่นิยมนำใช้สร้างที่อยู่อาศัย บ้านเรือน เครื่องบนบ้าน ไม้ที่สามารถนำมาผลิตสินค้าเหล่านี้ได้ คือ ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้กันเกรา ไม้พะยูง ไม้ชิงชัง ไม้มะริด,มะค่าโมง,สาทร,ตะเคียน ฯลฯ

บางท่านอาจคิดว่า ถ้าเราเอาไม้เนื้ออ่อน มาทำไม่ได้หรือ? คำตอบคือ ได้ แต่เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นก็จะไม่มีความทนทาน เสื่อมสภาพเร็ว ใช้งานได้ไม่เต็มที่ สีและลายของเนื้อไม้ไม่สวยงาม ด้วยเหตุผลเหล่านี้ไม้เนื้อแข็ง จึงมีราคาสูงกว่าไม้เนื้ออ่อน

ดังนั้น เกษตรกรควรเลือกปลูก ไม้เนื้อแข็ง (จำพวกต้นสาธร,มะค่าโมง,กันเกรา ต้นพะยูง ต้นชิงชัง มะริด) ในสวน ไร่ หรือหัวคันนา ของตัวเองมากกว่า ที่จะเลือกปลูกไม้เนื้ออ่อน พวกยูคาลิปตัส จามจุรี สามฉา,ตะกู สนฯลฯ

เนื่องจากไม้เนื้อแข็ง  ประเภทมะค่าโมง ต้นกันเกรา ต้นพะยูง ประดู่แดง สักทอง ต้นชิงชัง มะริด) ถึงแม้จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แต่เมื่อปลูกแล้วไม่ทำให้ดินเสียหายและผลิตผลก็ยังได้ตามปกติไม่ด้อยลงไปเลย แถมราคาของไม้ยังได้ราคาดีไม่มีตกอีกด้วย

ไม้ป่าเศรษฐกิจตัวใหม่ คือพะยูง ซึ่งขณะนี้มาแรงมาก มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เพราะประเทศจีนต้องการมาก โดยเฉพาะสายพันธุ์หรือสเปร์ซี่ของไทย มีเท่าไหร่ซื้อหมด

ข้อเสียของการปลูก ไม้เนื้ออ่อน ประเภท ตะกู สน จามจุรี สามฉา สนและยูคาลิปตัส มะฮอกกานี จะมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว แต่ก็สร้างมูลค่าน้อย ให้กับผู้ปลูก โดยเฉพาะต้นยูคา เมื่อปลูกแล้วจะทำลายความสมบูรณ์ของดินทำให้ดินเสื่อมสภาพ เพราะต้นยูคาลิปตัสเป็นต้นไม้โตเร็วที่มีความเห็นแก่ตัวในการเอาตัวรอด (ถ้าปลูกต้นยูคาลิปตัส ดินรอบต้นจะไม่สามารถปลูกต้นไม้ชนิดใดได้เลย เนื่องจากยูคาลิปตัสดูดสารอาหารในดินหมดแล้ว ประมาณว่าใครตายก็ไม่สนใจตัวเองรอดไปก่อน) และราคาในตลาดไม่สูง

ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวมาแล้วนั้น ถ้าเกษตรกรท่านใด อยากมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการทำไร่ ทำสวน ทำนา นั้น ขอเสนอให้เกษตรกรปลูกไม้เนื้อแข็ง เช่น พะยูง ต้นกันเกรา ต้นชิงชัง มะริด มะค่าโมง ไว้ในที่ดินของท่านด้วย แล้วท่านก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ทำให้ท่านสามารถรวยได้ในพริบตา หรือถ้าเกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดินเอง อาจเหนื่อยจากการทำงานแล้วคิดอยากจะให้คนเช่าที่ดินทำการเกษตรแทนท่าน ท่านก็สามารถเรียกค่าเช่าสูงได้ เพราะดินของเรามีแร่ธาตุ สารอาหารอยู่ครบถ้วน ไม่ได้เสียหาย หรือถ้าท่านอยากจะขาย ก็สามารถเรียกราคาที่สูงกว่าคนอื่นๆได้ เนื่องจากที่ดินของท่านมีต้นไม้ที่มีมูลค่าสูงปลูกไว้อยู่แล้ว แบบนี้เรียกว่า”ยิ่งปลูกยิ่งรวย” แต่ถ้าเราปลูกไม้เนื้ออ่อน รายได้ที่ท่านจะได้จากการขายผลผลิตก็ลดน้อยลง ถูกกดราคา เพราะใครๆ ก็ปลูกกัน และเป็นไม้ที่มีมูลค่าทางการตลาดน้อย มีความต้องการต่ำ  ทำให้รายได้ไม่พอใช้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาใช้ เรียกว่า”ยิ่งทำยิ่งจน”

หลายท่านจะสังเกตุเห็น ทำไมที่ดินของนายทุน หรือของกลุ่มคนที่รำรวย เขาถึงได้ปลูกแต่ไม้เนื้อแข็ง  เนื่องจากเขามองอ่านทิศทางตลาดออก มีวิชั่นที่ไกลกว่าคนทั่วไป กลุ่มคนพวกนี้จึงมีฐานะร่ำรวยซ้ำ รวยซ้อน ถ้าอยากมีฐานะดี อยากร่ำรวยซ้ำ รวยซ้อนแบบเขาบ้าง ก็รีบไปหามาปลูกกันนะครับ เพื่อลูกหลานและอนาคนของท่าน

คิดจะปลูกไม้ป่า ไม้เนื้อแข็งและไม้เศรษฐิจ ไทยเซ็นทรัล การ์เด้น ขอแนะนำปลูกไม้มะริด ไม้พะยูง มะค่าโมง ไม้สาธร เป็นต้น

อยากหาพันธุ์ไม้ป่า รากดี ปลอดโรค ถ้ายังไม่ทราบว่าจะเลือกหาซื้อปลูก ได้ที่ไหน ท่านสามารถติดต่อขอซื้อพันธุ์กล้าไม้ป่าดีๆ ได้ที่สวน ThaiG มีบริการจัดส่งทั่วประเทศ หรือท่านจะมาดูกล้าไม้ก่อนก็ได้ที่ พุทธมณฑลสาย 6 หมู่บ้านกฤษดานคร 27 สามพราน เลี้ยวซ้ายจากถนนบรมราชชนนีย์ เพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมกล้าไม้พะยูง กล้าไม้ป่า ราคาส่งและราคาปลูกได้ที่ เวปไซต์ข้างล่างนี้ http://everysale.thaicentralgarden.com/index.php?route=product/category&path=61

หรือจะโทรติดต่อ ขอคำปรึกษาการปลูกไม้ป่า ได้ที่ผมโดยตรงก็ได้ครับ ยินดีให้คำแนะนำ การปลูกไม้เนื้อแข็ง และการเลือกต้นพันธุ์ไม้ รวมถึงการดูแลรักษา คุณไม่ต้องซื้อกล้าไม้ ท่านก็โทรหรือไลน์คุยกันได้ครับ ที่นี่ไม่ได้เน้นขายกล้าไม้ แต่อยากให้ความรู้กับผู้ที่ไม่รู้เรื่องเกษตรเป็นหลักครับ

โทรศัพท์ติดต่อ ผม บุญชู เกิดโภคา 081-558-2320, ไลน์ ไอดี : yimthais

ต้นกล้าพยุง ลำต้นตรง รากแข็งแรงที่ ThaiG

ต้นกล้าพยุง ลำต้นตรง รากแข็งแรงที่ ThaiG

สินค้าเกษตร ประเภท ไม้ป่า

สินค้าเกษตร ประเภท ไม้ป่า ต้นมะริด

ต้น ชิงชัน ไม้เนื้อแข็ง

ต้นชิงชันไม้เนื้อแข็ง

3 thoughts on “คนรวยปลูกไม้พะยูง ชิงชัง ต้นมะริดและกันเกรา คนจนปลูกยูคา

    1. เกษตรกรควรเลือกปลูก ไม้เนื้อแข็ง (จำพวกต้นสาทร,มะค่าโมง,กันเกรา ต้นพยุง ต้นชิงชัง มะริด) ในสวน ไร่ หรือหัวคันนา ของตัวเองมากกว่า ที่จะเลือกปลูกไม้เนื้ออ่อน พวกยูคาลิปตัส จามจุรี สามฉา,ตะกู สนฯลฯ

      เนื่องจากไม้เนื้อแข็ง ประเภทมะค่าโมง ต้นกันเกรา ต้นพยุง ประดู่แดง สักทอง ต้นชิงชัง มะริด) ถึงแม้จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แต่เมื่อปลูกแล้วไม่ทำให้ดินเสียหายและผลิตผลก็ยังได้ตามปกติไม่ด้อยลงไปเลย แถมราคาของไม้ยังได้ราคาดีไม่มีตกอีกด้วย

ใส่ความเห็น